กินคีโตดีจริงไหม? ข้อดี ข้อเสีย ผลต่อเบาหวาน ไขมัน และใครควรระวัง

กินคีโตดีจริงไหม ข้อดี ข้อเสีย ผลต่อเบาหวาน ไขมัน และใครควรระวัง

“กินคีโตดีไหม?” เป็นคำถามยอดฮิตของคนที่อยากลดน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาล หรือดูแลสุขภาพแบบเร่งด่วน ปัจจุบัน การกินคีโต (Ketogenic Diet) กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูง เพราะหลายคนบอกว่า กินคีโตลดน้ำหนักได้เร็ว ไม่หิวบ่อย และช่วยควบคุมเบาหวานได้

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีคำเตือนเกี่ยวกับ ข้อเสียของการกินคีโต เช่น ไขมันในเลือดสูง ไตทำงานหนัก หรือผลข้างเคียงช่วงแรกที่เรียกว่า Keto Flu

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า คีโตคืออะไร กินคีโตลดน้ำหนักได้จริงไหม และใครควรกินหรือไม่ควรกินคีโต บนพื้นฐานข้อมูลทางสุขภาพค่ะ

รวมเกร็ดน่ารู้ของการกินคีโต

เมนู keto

คีโต (Ketogenic Diet) คืออะไร?

คีโต (Ketogenic Diet) คือรูปแบบการกินอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low Carb) ไขมันสูง (High Fat) และโปรตีนปานกลาง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า คีโตซิส (Ketosis)

ปกติคนจะนิยมกินสัดส่วนดังนี้:

  • ไขมัน 70–75%

  • โปรตีน 20–25%

  • คาร์โบไฮเดรต 5–10%

แล้วภาวะคีโตซิส (Ketosis) ทำงานอย่างไร?

ปกติร่างกายใช้ “น้ำตาลจากคาร์โบไฮเดรต” เป็นพลังงานหลัก
เมื่อเราลดคาร์บอย่างมาก ร่างกายจะเปลี่ยนมาเผาผลาญไขมันแทน และผลิตสารที่เรียกว่า “คีโตน (Ketone bodies)” มาใช้เป็นพลังงาน

นี่คือเหตุผลที่หลายคนเชื่อว่า กินคีโตช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

อาหารที่ควรกิน

  • เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา

  • อะโวคาโด

  • ถั่วบางชนิด

  • ผักใบเขียว

  • น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว

  • น้ำตาล

  • เครื่องดื่มหวาน

  • ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง

กินคีโตแล้วได้อะไร? ข้อดีของการกินคีโต

1. ช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว

ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก น้ำหนักมักลดลงค่อนข้างเร็ว เพราะร่างกายเผาผลาญไขมันและสูญเสียน้ำส่วนเกิน

2. ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด

การกินคาร์บต่ำช่วยลดการพุ่งขึ้นของน้ำตาล เหมาะกับผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลิน หรือเบาหวานระยะเริ่มต้น (ต้องอยู่ในการดูแลแพทย์)

3. ลดความอยากอาหาร

ไขมันและโปรตีนช่วยให้อิ่มนาน หลายคนจึงลดปริมาณอาหารลงได้โดยไม่ทรมานกับการไดเอทแบบอื่น ๆ

ก่อนเลือกกินคีโต ควรหมั่นตรวจสุขภาพ เพราะอาจตรวจเจอโรคที่คุณอาจเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัวก่อน เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคนะคะ 

ข้อเสียและผลข้างเคียงของคีโต

อาการ “คีโตฟลู” ในช่วงแรก

หลายคนจะมีอาการ:

  • เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดหัว
  • ท้องผูกหรือท้องเสีย

อาการนี้มักเกิดใน 1–2 สัปดาห์แรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้น

ความเสี่ยงต่อคอเลสเตอรอลสูง

การกินคีโตคือการลดคาร์โบไฮเดรตมาก ๆ และเพิ่มสัดส่วนไขมันให้สูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานแทนน้ำตาล

แม้หลายคนจะลดน้ำหนักได้ดี แต่หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือ “ผลต่อคอเลสเตอรอล” โดยเฉพาะค่า LDL เมื่อสัดส่วนไขมันในอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว (เช่น เนย ชีส เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำมันมะพร้าว) ร่างกายบางคนจะตอบสนองด้วยการเพิ่มระดับ LDL (ไขมันไม่ดี) ในเลือด

 

ขาดสารอาหาร

เพราะคีโตตัดหรือจำกัดอาหารหลายกลุ่ม เช่น

  • ข้าวและธัญพืชเต็มเมล็ด
  • ผลไม้หลายชนิด
  • ถั่วเมล็ดแห้งบางประเภท
  • ผักที่มีแป้งสูง

อาหารกลุ่มเหล่านี้เป็นแหล่งสำคัญของไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุ เมื่อจำกัดนาน ๆ โดยไม่วางแผน อาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้

แนวทางที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน

ผลต่อผู้ป่วยเบาหวาน

สำหรับคนเป็น เบาหวานชนิดที่ 2 การกินคีโตมักพบว่า:

✔️ ช่วยให้ระดับน้ำตาลนิ่งขึ้น
✔️ ลดความต้องการอินซูลินหรือยาลดน้ำตาลบางชนิด
❗ แต่ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์ เพราะเสี่ยงให้ระดับน้ำตาลลดต่ำเกินไป

หมายเหตุ: สำหรับคนเป็น เบาหวานประเภท 1 การคุมคีโตควรทำอย่างระมัดระวังสูงมาก เพราะเสี่ยงเกิด คีโตสิสผิดปกติ (DKA)

แนวทางที่เหมาะกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

ผลต่อไขมันในเลือด

คีโตอาจทำให้:

🟢 HDL (ไขมันดี) ↑
🟢 ไตรกลีเซอไรด์ ↓
🔴 LDL (ไขมันไม่ดี) ในบางคน ↑

👉 ขึ้นกับชนิดของแหล่งไขมันที่เลือก เช่น

  • เลือกไขมันดี → อะโวคาโด น้ำมันมะกอก ถั่ว
  • หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และไขมันเติมไฮโดรเจน

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ที่นี่ค่ะ

ทั้งนี้การกินแบบรักษาสุขภาพไม่ได้มีแต่การกินแบบคีโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการกินแบบ Low-Carb ด้วยเช่นกัน

การกินคลีน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการรักษาสุขภาพให้ยั่งยืนในอนาคต ที่สามารถเริ่มได้ง่ายที่สุดด้วยการคุมอาหาร ถ้าอยากเริ่มรักสุขภาพลองปรับวิธีการกินและคุมอาหารกันนะคะ

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.