ยาสำหรับรักษาโรคนั้น สามารถจัดแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ยาใช้ภายนอก และ ยาใช้ภายใน ซึ่งเราทราบกันดีว่า ยาภายนอก เป็นยาที่ใช้ทาลงบนบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายที่บาดเจ็บหรือมีอาการปวด ส่วนยาอีกประเภท เป็นยาที่เราต้องบริโภคหรือรับประทานเพื่อนำเข้ารักษาภายในร่างกาย แน่นอนว่ายาที่มักมีผลต่อร่างกายหากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุซึ่งภูมิคุ้มกันเริ่มต่ำลง มีความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นเมื่อใช้ยาไม่ถูกวิธี ส่วนใหญ่เป็นยาที่ต้องใช้รับประทาน ส่วนข้อควรระวังและควรปฏิบัติในการใช้ยามีอะไรบ้างนั้นเรามัดรวมมาให้แล้ว
4 ข้อควรระวังในการใช้ยา สำหรับผู้สูงอายุ
ยาบางชนิดส่งผลต่อความดันโลหิตหรือโรคร้ายแรงได้
หากผู้สูงอายุท่านใดป่วยเป็นโรคที่อ่อนไหวต่อการได้รับยา ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะรับยา เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุมีความอ่อนไหว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคเกี่ยวกับความดันโลหิต โรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ โรคไต เป็นต้น หากรับประทานโดยที่ไม่รู้เท่าทัน ตัวยาอาจส่งผลให้อาการของโรคร้ายแรงยิ่งขึ้น
![]()
ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี หากใช้ร่วมกัน
การใช้ยา นอกจากใช้เดี่ยว ๆ ได้แล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับ ยาใช้ภายใน หลากหลายรูปแบบอีกด้วย สิ่งที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด ก็คือ การแนะนำผู้สูงอายุที่อาจรับประทานยาหลายชนิดพร้อม ๆ กัน หรือใช้ยาโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา อาจมีฤทธิ์ทางประสาท หรือสร้างความเสียหายต่อร่างกายได้
ผู้สูงอายุอาจหลงลืมว่าต้องรับประทานยาให้ตรงเวลา
อีกประการที่สำคัญ อย่าง ‘เวลา’ ที่ผู้ป่วยในวัยเริ่มเข้าสู่ช่วงอายูที่สูงขึ้น ผู้ดูแลจะต้องใช้เครื่องมือเพื่อย้ำเตือนหรือทำให้การแบ่งเวลาทานยาเป็นเรื่องสะดวกสบาย เช่น การแบ่งยาที่ผู้สูงอายุต้องรับประทานเป็นชุด การแบ่งเป็นช่วงเวลาของแต่ละวัน การตั้งเวลาสำหรับรับประทานยา เป็นต้น จะทำให้ การใช้ยา เป็นไปอย่างราบรื่น ทานยาได้ครบถ้วน ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
ผู้สูงอายุบางท่านมีความเชื่อผิด ๆ ในการรับประทานยา
การยึดถือในความเชื่อเรื่อง การใช้ยา ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบตั้งแต่เล็กน้อย ไปจนถึงร้ายแรงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชุดความเชื่ออย่าง การเลือกซื้อยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ การเลือกรับประทานยาโดยปรับเพิ่มลดปริมาณเอาตามที่ตนเองต้องการ การนำยามาใช้จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะมีผู้แนะนำจำนวนมาก เป็นต้น อีกทั้งหากเลือกซื้อ ยาใช้ภายนอก มาใช้รักษาอาการตามอัธยาศัยแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ผลลัพธ์คืออันตรายที่ไม่สามารถคาดเดาได้
4 วิธีง่าย ๆ ให้ผู้สูงอายุใช้ยาอย่างปลอดภัย
เมื่อทราบต้นเหตุของ การใช้ยา ที่อาจส่งผลร้ายถึงชีวิตแล้ว เรามี 4 วิธีสำหรับการทำให้ผู้สูงอายุในบ้าน รับยา รวมถึงบริโภคยาอย่างปลอดภัยมาแนะนำ ดังนี้
![]()
สอดส่องดูแลพฤติกรรมการรับประทานยา
สำหรับผู้ที่มีคนสูงวัยอยู่ในบ้าน สิ่งสำคัญที่ต้องทำเพื่อความปลอดภัยใน การใช้ยา คือ ต้องสอดส่องดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ว่าในแต่ละมื้อของวัน เช่น ได้รับยาก่อนอาหารมื้อเช้าอย่างถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการใช้ยาที่ไม่มีฉลาก ยาสมุนไพรที่ถูกแนะนำบอกต่อมาจากผู้อื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้มั่นใจก่อนนำเข้าสู่ร่างกาย
เก็บยาอย่างมิดชิด ให้พ้นน้ำและแสงแดด
การใช้ยา ให้ปลอดภัย นอกจากจะใช้งานอย่างเหมาะสม ปฏิบัติ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การจัดเก็บยาในสถานที่หรือบริเวณที่ปลอดภัย มิดชิดก็สำคัญเช่นกัน แนะนำให้จัดเก็บในตู้เก็บยา โดยพื้นที่นั้นจะต้องห่างไกลจากวัตถุอันตราย วัตถุไวไฟ ป้องกันการเสื่อมสภาพจากน้ำ รวมถึงแสงแดดด้วย
![]()
คอยสังเกตและสอบถามว่า วันนี้ได้รับยาหรือยัง?
คุณสามารถสอบถามผู้สูงอายุที่บ้านว่า วันนี้ได้รับประทานยาครบถ้วนหรือยัง? เป็นวิธีการที่ง่ายดายมากที่สุด เพื่อให้พวกท่านได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการขาดยาของบุคคลใกล้ชิดซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของโรคได้
อ่านฉลาก ดูวันที่ผลิต วันหมดอายุของยา
อีกวิธีเบื้องต้นซึ่งคุณสามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก ก็คือ ดูข้อมูลที่ปรากฎด้านบนฉลากยา เช่น วันที่ผลิต วันหมดอายุของยา ส่วนประกอบ เลขทะเบียนยา เป็นต้น จะช่วยคัดกรองยาที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้วได้ สมาชิกในครอบครัวจะได้ไม่ต้องรับผลเสียจากยาที่เสื่อมสภาพแล้ว กินยาเมื่อไหร่ก็ไร้กังวล
![]()
สรุป
ยา เป็นสิ่งที่ทำให้เราฟื้นตัวจากอาการป่วยได้ดี แต่ก็สามารถเป็นข้อเสีย ทำให้อาการผู้ป่วยทรุดลงหรือถึงกับเสียชีวิตได้เช่นกัน ด้วยสารเคมีที่อยู่ในยา รวมถึงพฤติกรรมเคยชินที่มักทำเมื่อรับประทานยา โดยเฉพาะผู้สูงวัย ดังนั้น สมาชิกในบ้านควรเป็นส่วนหนึ่งในผู้สังเกต เอาใจใส่ ดูแล เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับประทานยาตรงตามเวลา เพียงแค่นี้การใช้ยาก็จะมีประสิทธิภาพรวมถึงปลอดภัยมากขึ้นด้วย
