สำหรับผู้หญิงหลายคน อาการปวดท้องประจำเดือน เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอในทุกๆ เดือน แต่ถ้าความปวดนั้นรุนแรงถึงขั้นทรมานจนต้องนอนซม ทำงานไม่ได้ ไปจนถึง ปวดท้องประจำเดือนเป็นลม สลบไปเลยล่ะก็ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไปแล้วค่ะ การกิน ยาพาราฯ เอาไม่อยู่ หรือต้องพึ่งยาแก้ปวดที่แรงขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะผิดปกติบางอย่างที่คุณไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ปวดท้องประจำเดือนแบบไหนที่เรียก “ไม่ปกติ”?
โดยทั่วไป อาการปวดท้องประจำเดือน มักจะเป็นการปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อยที่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดพื้นฐานอย่างพาราเซตามอลหรือไอบูโปรเฟน และไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก
แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรเริ่มตั้งข้อสังเกตและปรึกษาแพทย์:
- ปวดท้องประจำเดือนมาก จนต้องหยุดเรียน หยุดงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้
- ความปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน
- ยาพาราฯ เอาไม่อยู่ ต้องใช้ยาแก้ปวดที่แรงขึ้น หรือใช้ยาปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ
- ปวดท้องประจำเดือนเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ อาเจียน หรือหมดสติ
- มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง แม้จะพ้นช่วงประจำเดือนไปแล้ว
- มีอาการปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
- มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรืออุจจาระ โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน

ทำความรู้จัก “โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่”
โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) คือภาวะที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งปกติจะอยู่เฉพาะในโพรงมดลูก กลับไปเจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น บริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ ผนังลำไส้ หรือแม้แต่เยื่อบุช่องท้อง
เมื่อถึงรอบเดือน เซลล์เหล่านี้จะตอบสนองต่อฮอร์โมนเช่นเดียวกับเยื่อบุโพรงมดลูกปกติ นั่นคือจะมีการหนาตัวและสลายตัวกลายเป็นเลือด แต่เนื่องจากเลือดไม่มีทางระบายออก จึงเกิดการคั่งค้าง อักเสบ และอาจนำไปสู่การเกิดพังผืด หรือถุงน้ำ เช่น ถุงน้ำช็อกโกแลตในรังไข่ (Chocolate Cyst) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง และอาการอื่นๆ ที่กล่าวมา
สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าอาจเป็น Endometriosis
นอกเหนือจาก อาการปวดประจำเดือนมาก จนถึงขั้น ปวดท้องประจำเดือนเป็นลม แล้ว ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่คุณควรสังเกต:
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง: ปวดตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงมีประจำเดือน
- ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์: โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกรานส่วนลึก
- มีบุตรยาก: เนื่องจากพังผืดที่เกิดจากโรคอาจขัดขวางการทำงานของรังไข่และท่อนำไข่
- ปวดท้อง ปวดเบ่ง หรือถ่ายลำบากช่วงมีประจำเดือน
- ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมานานหลายวัน
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
หากคุณมี อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ยาพาราฯ เอาไม่อยู่ แล้ว ยิ่งถ้ามีอาการ ปวดท้องประจำเดือนเป็นลม หรือสงสัยว่าตนเองอาจมี โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์สูตินรีแพทย์โดยเร็วที่สุด
การวินิจฉัยและการรักษาเบื้องต้น
แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวด์ การตรวจเลือด หรือในบางกรณีอาจต้องมีการส่องกล้องผ่านช่องท้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อาการที่แสดง และความต้องการของผู้ป่วยในการมีบุตร ซึ่งอาจรวมถึง:
- การใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
- การใช้ยาฮอร์โมนเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ผิดที่
- การผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ผิดที่หรือถุงน้ำช็อกโกแลตออก
สรุป
อาการปวดท้องประจำเดือน ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องทนเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความปวดนั้นรุนแรงถึงขั้น ปวดท้องประจำเดือนเป็นลม หรือ ยาพาราฯ เอาไม่อยู่ นี่อาจเป็นสัญญาณของ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากได้ในอนาคต
อย่าละเลยเสียงเตือนจากร่างกายของคุณ หากคุณสงสัยว่ามีอาการเหล่านี้ โปรดรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อที่คุณจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ไร้ความปวดกวนใจ

